มัลเบอร์รี่ (Mulberry)

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Morus nigra. L. เป็นหนึ่งในพืชตระกูลเบอร์รี โดยคนไทยมักจะรู้จักกันในชื่อของลูกหม่อน เป็นพืชเมืองร้อนมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแถบเอเซีย อยู่ในกลุ่มเดียวกับพืชตระกูลเบอร์รี่อย่างเช่น บลูเบอรี่และราสเบอรี่ จัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางมีอายุยืน ลำต้นมีเปลือกหุ้มสีเขียวเข้มหรือสีน้ำตาล ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวมีสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบเป็นแฉกและใบรูปไข่ปนอยู่ในต้นเดียวกัน ขอบใบเรียบ ใบหยาบมีขนบนใบ ก้านใบเรียวเล็ก ดอกออกเป็นช่อทรงกระบอกยาวคล้ายหางกระรอกยาว 2 เซนติเมตร ดอกจะออกตามซอกใบ กลีบดอกมีสีขาวหรือสีขาวเขียวอ่อน ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้จะอยู่แยกกันคนละช่อแต่จะอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกทุกดอกจะติดผลเมื่อได้รับการผสมแล้ว ผลมีเป็นทรงกลมเล็กๆ อยู่รวมกันเป็นช่อยาวเรียกว่า ผลรวม มีขนาดประมาณ 8-10 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกผลจะค่อยเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นชมพู แดงและแก่จัดจะมีสีม่วงเข้มหรือสีแดงดำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวหรือหวานเพียงอย่างเดียว ผลสุกสามารถรับประทานสดได้ เจริญเติบโตได้ในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ การเสียบยอด การติดตา การแยกรากและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ทั้งนี้ มัลเบอร์รี่มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ มัลเบอร์รี่สีขาว มัลเบอร์รี่สีแดง และมัลเบอร์รี่สีดำ มัลเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำ

ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ต่อผิวพรรณ
  • ชลอการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง โดยสารแอนโทไซยานินในมัลเบอร์รี่จะจับตัวกับอนุมูลอิสระ ทำให้อนุมูลอิสระไม่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์และผนังเซลล์ได้ เซลล์คงน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นและแข็งแรงมีอายุอยู่ได้นานขึ้น ซึ่งถ้าเซลล์สูญเสียน้ำและอาหารออกจากเซลล์จะทำให้เซลล์เสื่อมสภาพจนเป็นสาหตุของการเกิดริ้วรอย
  • วิตามินเอ ลดการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสะสมของสิ่งสกปรก
  • วิตามินซี จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวพรรณดีไม่เหี่ยวย่น และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ผิวจึงดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลมากขึ้น
  • ใบของมัลเบอร์รี่ แพทย์แผนจีนบอกว่าใบของมัลเบอร์รี่สามารถแก้อาการบวมหรือแดงของผิวได้