8 ไม้ตายสลายกลิ่นเต่า

 กลิ่นเต่าอาจเป็นตัวฉุดรั้งความมั่นใจของใครหลายคน วันนี้เราลองมาดูวิธีรับมือกันค่ะ
  1. รักษาสุขอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยการอาบน้ำและล้างรักแร้ด้วยสบู่ (เพื่อลดปริมาณการสะสมของแบคทีเรีย) อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นการเกิดเหงื่อเช่น กลางแดดร้อนจัด หรือ บริเวณที่มีอากาศอบอ้าวไม่ถ่ายเท 
  3. น้ำหอมหรือโคโลญฉีดพ่นเพี่อกลบกลิ่นตัว แต่ต้องระวังอาการแพ้น้ำหอมที่อาจเกิดขึ้นได้
  4. กำจัดขนบริเวณรักแร้เพื่อป้องกันแบคทีเรียและการสะสมของสารก่อกลิ่น โดยมีหลายวิธี เช่น4.1 ถอนขนรักแร้ เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด แต่ก็สร้างความเจ็บปวดทุกครั้งที่ดึงขนแต่ละเส้น ข้อเสียคือทำให้ผิวหนังบริเวณรักแร้เป็นตุ่มคล้ายหนังไก่ ซึ่งอาจทำให้หมดความมั่นใจในการแต่งตัวได้
4.2 โกนขนรักแร้ เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ไม่สร้างความเจ็บปวดแบบวิธีแรก ข้อเสียคือขนที่ขึ้นใหม่จะเส้นใหญ่กว่าเดิมและอาจเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวจากใบมีดโกนได้
4.3  แว๊กซ์ขนรักแร้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันเพราะสามารถกำจัดขนได้ถึงรากและอยู่ได้นานกว่า 1 เดือน กว่าขนจะขึ้นใหม่ และเจ็บแค่ครั้งเดียวตอนลอกแผ่นแปะออก แต่ขนรักแร้หลุดออกมาทั้งหมดในคราวเดียว
4.4 กำจัดขนรักแร้ถาวร ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการเลเซอร์ด้วยคลื่นแสง (IPL) หรือคลื่นที่มีความยาวต่างกันในแต่ละวิธี เช่น Diode Laser หรือ YAG โดยใช้วิธีปล่อยคลื่นจะเข้าไปทำลายรากขนจนไม่สามารถขึ้นมาได้อีก แต่ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเพราะต้องทำซ้ำติดต่อกัน 4-8 ครั้ง ถึงจะได้ผลตามต้องการ  
5. แป้งระงับกลิ่นกาย  (deodorants powder) แนะนำให้เลือกแบบที่มีส่วนประกอบในการช่วยซึมซับเหงื่อและลดเงื่อนไขการเกิดกลิ่นตัว และไม่มีสารเคมีที่อาจส่งผลข้างเคียงในการใช้งาน เช่น แอลกอฮอล์น้ำหอม อาจก่อให้เกิดการแพ้ ทัลคัมอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ เป็นต้น
6.สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดรักแร้ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีขายทั่วไปทั้งในรูปแบบก้อนและสบู่เหลว
 7. ฉีดโบท๊อกเพื่อลดการสร้างสารก่อกลิ่น คือการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปบริเวณที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ เพื่อให้สารโบทูลินัมท็อกซินไปขวางการทำงานของต่อมเหงื่อ และต่อมกลิ่นให้ทำงานลดลง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือนขึ้นไป ซึ่งวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ค่าใช้จ่ายประมาณ 4000 บาทต่อครั้ง) เมื่อเทียบกับวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
   8. การผ่าตัดเอาต่อมกลิ่นออก เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลประมาณ 50% มีค่าใช้จ่ายหลักหมื่น และอาจมี ผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น มีแผลเป็น การติดเชื้อ เป็นต้น